ตรวจคัดกรองวัณโรคผู้ต้องขังเรือนจำกลางอุดร

0
26

เรือนจำกลางอุดรธานี จับมือ หน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัดอุดรธานี เดินหน้าค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจำ หลังพบผู้ต้องขังที่ยังต้องรักษา 28 คน

                วันที่ 3 มีนาคม 2563 ที่ศาลาคนกลับใจ เรือนจำกลางอุดรธานี นายกองเอก ปราโมทย์  ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดการรณรงค์ตรวจคัดกรองวัณโรคโดยการเอกซเรย์ปอด ในกลุ่มผู้ต้องขังเรือนจำกลางอุดรธานี โดยมีนพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 8 ทันตแพทย์กวี วีระเศรษฐกุล ผอ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ เขต 8 อุดรธานี นายสันติ ศรีนิล ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจ.อุดรธานี ผู้แทนจากรพ.อุดรธานี และบุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และเรือนจำกลางอุดรธานี ร่วมงาน

                นายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุดรธานี กล่าวว่า “วัณโรค” เป็นโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขไทยมาโดยตลอด และมีแนวโน้มที่จะเป็นปัญหามากขึ้น องค์การอนามัยโลก จัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศของโลก ที่มีภาวะวัณโรคที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีและวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูง จากสถานการณ์วัณโรคในเรือนจำกลางอุดรธานี พบว่าในปี 2562 พบผู้ต้องขังป่วยเป็นวัณโรค จำนวน 72 คน ชาย 69 คน หญิง 3 คน ได้รับการรักษาหายแล้ว ชาย 42 คน หญิง 2 คน คงเหลือผู้ต้องขังที่ยังรักษา จำนวน 28 คน ชาย 27 คน หญิง 1 คน

                การรณรงค์ตรวจคัดกรองวัณโรคในกลุ่มผู้ต้องขัง ได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เป็นส่วนหนึ่งของการจัดบริการด้านสาธารณสุขให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญ วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการตรวจคัดกรองค้นหาโรค ด้วยบริการรถเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพปอดและค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแบบครบวงจร เพื่อส่งต่อเพื่อวินิจฉัยและรักษาวัณโรค รวมถึงการจัดบูธนิทรรศการให้ความรู้ในเรื่องวัณโรคโดยมีผู้ต้องขังรับการตรวจคัดกรอง จำนวน 5,138 คน ทั้งนี้ การรณรงค์ตรวจคัดกรองวัณโรคโดยการเอกซเรย์ปอดในเรือนจำกลางอุดรธานี ปี 2563 ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 2 – 13 มีนาคม 2563

                 นายกองเอก ปราโมทย์  ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า วัณโรคเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงยุติธรรมเน้นการดูแลทั้งที่อยู่ในเรือนจำและผู้ป่วยที่กำลังจะพ้นโทษ หรือผู้ป่วยที่พ้นโทษก่อนครบกำหนดการรักษา ป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ และผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยความร่วมมือร่วมใจกันก็จะนำไปสู่การควบคุมไม่เป็นปัญหาของประเทศต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here