พระราชทานห้องตรวจเชื้อ ให้แก่โรงพยาบาลอุดรธานี

0
9

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์และพสกนิกรในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกระยะ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ” นวัตกรรมโดย “เอสซีจี” ให้ โรงพยาบาลอุดรธานี  เป็นแห่งที่ 16 จาก 20 โรงพยาบาล. ทั่วประเทศ

                วันที่ 4 มิถุนายน 63 ที่โรงพยาบาลอุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” ให้กับ “โรงพยาบาลอุดรธานี” เป็นแห่งที่ 16 จาก 20 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้ เอสซีจี ดำเนินการก่อสร้าง ภายใต้ “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายธวัชชัย ศรีทอง รองผวจ.อุดรธานี นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นายแพทย์ ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี  นายวชิระชัย คูนำวัฒนา  Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี พร้อมด้วย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จังหวัดอุดรธานี ผู้บริหารโรงพยาบาลฯ และผู้บริหารเอสซีจี ร่วมพิธี

                ทั้งนี้ เพื่อเสริมความพร้อมหากมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว จะแยกพื้นที่ระหว่างทีมแพทย์และคนไข้ออกจากกัน และใช้ระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม พร้อมมีระบบฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยสามารถติดตั้งได้ในเวลาเพียง 3 วัน จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งประชาชนที่มาตรวจรักษา และรองรับประชาชนที่มาตรวจหาเชื้อได้จำนวนมาก อีกทั้งในอนาคตยังสามารถต่อยอด เป็นสถานที่ตรวจหาเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ได้  ยังความปลื้มปีติแก่บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

                สำหรับ นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) นี้ พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution มีคุณสมบัติใช้งาน ดังนี้ ภายในห้องตรวจมีระบบ Smart Indoor Air Quality (IAQ Smart) ที่ช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และมีระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล (Air Tightness) ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศ เข้า – ออกตัวอาคาร ทำให้ในตัวอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี

                โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องความดันบวก ที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภายนอก   การเก็บตัวอย่าง (Swab) จะทำผ่านแผ่นอะคริลิกที่เจาะเป็นช่อง โดยแพทย์สามารถสอดมือผ่านช่องที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเก็บตัวอย่าง ช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้เข้ารับการตรวจ  และ ใช้แสงยูวีเข้มข้นสูง ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังการใช้งานทุกครั้ง  ซึ่งโครงสร้างกว่าร้อยละ 80 ประกอบขึ้นรูปภายในโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพและความสะอาดตลอดกระบวนการผลิต จึงสามารถติดตั้งที่โรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการในการใช้งาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here