0
111

ขบวนเรือลอยอังคารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในลำแม่น้ำโขง พบจุดบกพร่องต้องปรับขบวนเรือเล็กน้อย พร้อมจัดระบบวิทยุสื่อสารระหว่างเรือให้เข้าใจตรงกันมากขึ้นเพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


หลังจากที่ได้มีการซ้อมเสมือนจริงขบวนเรือลอยอังคาร หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ โดยนาวาโทสุดทวิช เบญจจินดา หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เป็นผู้นำในการจัดขบวนเรือทั้งเรือ นรข.,เรือตำรวจน้ำ,เรือตรวจคนเข้าเมือง, เรือเจ้าท่า และเรือของภาคเอกชน ทำการล่องเรือทวนน้ำโขงไปถึงสะพานมิตรภาพไทย –ลาว แล้วขบวนเรือทั้งหมดกลับเรือล่องตามน้ำโขงไปถึงพระธาตุกลางน้ำ จากนั้นจึงจัดริ้วขบวนโดยมีเฉพาะเรือ ล.169 (เรือลาดตระเวน 169) วนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ เพื่อโปรยเถ้าอัฐิ ส่วนเรือลำอื่นจะขนาบซ้ายขวา และอยู่ด้านหลังองค์พระธาตุ เมื่อซ้อมเสร็จแล้วได้มีการสรุปแผนและพบข้อบกพร่องที่จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขแล้ว


นาวาโทสุดทวิช เบญจจินดา หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย กล่าวว่า ในการซ้อมเสมือนจริงพบว่า ต้องมีการปรับรูปแบบขบวนเรือใหม่ เดิมให้เรือของตำรวจน้ำ 1 ลำ และเรือตรวจคนเข้าเมือง 1 ลำ ลอยลำอยู่ด้านหลังองค์พระธาตุกลางน้ำ แต่มีการพิจารณาใหม่ให้เรือของตำรวจน้ำเพิ่มเป็น 3 ลำ และเรือตรวจคนเข้าเมือง 1 ลำ เคลื่อนมาอยู่ด้านหน้าองค์พระธาตุ แต่ยังอยู่แนวหลังของเรือ ล.169 ซึ่งเป็นเรือหลัก ส่วนด้านหลังองค์พระธาตุจะให้มีเฉพาะเรือเอกชน 10 ลำ ลอยลำถัดกันไปเพื่อความสวยงาม รวมถึงการจัดระบบคลื่นวิทยุสื่อสารของเรือทุกลำให้คลื่นตรงกันเพื่อง่ายต่อการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ประจำเรือ การซ้อมเสมือนจริงพบว่าเมื่อเคลื่อนขบวนเรือจากท่าเทียบเรือ นรข. แล้วลอยทวนน้ำขึ้นไปยังสะพานมิตรภาพไทย–ลาว ด้วยความเร็ว 5 น็อตต่อชั่วโมง จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที มีการลองเพิ่มความเร็วของเรือ ปรากฏว่าเกิดคลื่นน้ำหลายคลื่นเป็นอันตรายต่อเรือลำอื่น ๆ จึงไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้ ดังนั้นความเร็วของเรือ ล.169 จะยังคงใช้ความเร็วอยู่ที่ 5 น็อตต่อชั่วโมงตามเดิม พิธีการทั้งหมดใช้เวลา 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ถือว่าเป็นการซักซ้อมที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here