ครอบครัวสุดดีใจลูกหลานได้รับพระราชทานอภัยโทษ

0
19

                เรือนจำกลางอุดรธานี ปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รอบแรก 90 คน ครอบครัวพ่อแม่ลูกเมียญาติพี่น้องมารอรับ โผกอดด้วยความดีใจ

                วันที่ 15 กันยายน 2563 ที่ศาลาคณกลับใจ เรือนจำกลางอุดรธานี นายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผวจ.อุดรธานี เป็นประธานพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุดรธานี อัยการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน

                นายนายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุดรธานี  กล่าวว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2563 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้โอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 สิงหาคม 2563 กำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน  กรมราชทัณฑ์ จึงได้จัดทำโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังกรมราชทัณฑ์” เป็นหลักสูตรสำหรับเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องขัง ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว โดยดำเนินการอบรมพร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563 ผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ Jabber Cisco เสร็จสิ้นการอบรมเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563

                เรือนจำกลางอุดรธานี มียอดผู้ต้องขังทั้งสิ้น จำนวน 5,028 คน เป็นนักโทษเด็ดขาดผู้อยู่ในข่ายได้รับการคำนวณประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2563  จำนวน 3,600  คน   และมีผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว  จำนวน 528 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย จำนวน 487 คน ผู้ต้องขังหญิง จำนวน 41 คน ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติทั้งหมดแล้ว  และมีผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวรอบที่ 1 วันนี้ จำนวน 90 คน

                นายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ขอให้กำลังใจ แก่ผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวทุกคน ให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงคุณค่าในการได้รับ โอกาส ที่จะได้กลับบ้าน กลับไปหาครอบครัว พ่อ แม่ สามีหรือภรรยา ลูกๆ ญาติมิตรที่เรารัก รวมไปถึงการได้รับอิสรภาพจากการถูกจองจำ ขอให้นำประสบการณ์จากการใช้ชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจในการประพฤติปฏิบัติตน ใช้ชีวิตร่วมกับสังคมภายนอกอย่างปกติสุข ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก และขออวยพรให้ผู้ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ มีอนาคตที่ดี ประกอบกิจการงานใดในทางสุจริต ก็ให้สำเร็จสมปรารถนาทุกสิ่งทุกประการ เป็นคนดีมีคุณค่าของสังคม ตลอดไป

                หลังจากผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษ พ้นจากหน้าประตูเรือนจำ ก็ได้ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ โดยมีครอบครัว พ่อ แม่ ลูกเมียญาติพี่น้องมารอรับ เมื่อพบกันต่างสวมกอดด้วยน้ำตา และความดีใจ และกราบเท้าขอขมาที่ทำผิดพลาดไป ซึ่งครอบครัวพร้อมที่จะให้อภัยและให้ถือเป็นบทเรียนแห่งชีวิต ที่จะต้องไม่กลับเข้ามาอีก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here