“โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง”เรือนจำกลางอุดรธานี

0
31

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้แทนพระองค์ ปิดการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” เรือนจำกลางอุดรธานี
                วันที่ 15 กันยายน 2563 ที่ศาลาฅณกลับใจ เรือนจำกลางอุดรธานี  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีปิดโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง เรือนจำกลางอุดรธานี  พร้อมมอบประกาศเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม 528 คน

                นายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุดรธานี กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ให้มีการฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง เรือนจำกลางอุดรธานี กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิดการฝึกวินัยการลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้เมื่อพ้นโทษออกไปภายนอก

                ในส่วนของเรือนจำกลางอุดรธานี มีผู้ต้องขังเข้ารับการอบรม 528 คน อบรมระหว่างวันที่ 1-14 กันยายน 2563 แบ่งการฝึกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนการอบรมพึ่งตนด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง,ขั้นตอนการแปลงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย การออกแบบแนวความคิดการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก การประยุกต์ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนาตามภูมิสังคมลงบนกระดาษ การสร้างพื้นที่จำลอง (Table Top Exercise)  และวางแผนการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง  เพื่อพออยู่  พอกิน  พอใช้  และร่มเย็น การปฏิบัติในพื้นที่จริงมีขนาด 1 งาน  หรือ 412 ตารางเมตร ตามทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน  ปั้นโคก  ขุดหนอง  ทำนาตามภูมิสังคม และขั้นตอนการสรุป และประเมินผล ซึ่งผลการฝึกอยู่ในเกณฑ์ดีมาก  มีผู้สำเร็จการฝึกอบรมรวม 528 คน

                ซึ่งผู้รับการฝึกอบรม ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมจะนำความรู้ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ในครัวเรือน และดำเนินการในพื้นที่ตามภูมิลำเนาของตนเอง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ  ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here