ผู้ตรวจการแผ่นดินแนะแก้ปมกลิ่นเหม็นโรงยางที่อุดร

0
21

ติดตามความคืบหน้าแก้ปมปัญหากลิ่นเหม็นจาก 2 โรงงานยางพารารายใหญ่ที่อุดร หลังชาวบ้านร้องเรียนสร้างมลภาวะทางกลิ่น ลงพื้นที่รับฟังสรุป  พร้อมแนะเพิ่ม 2 แนวทางแก้ไข

                เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา 2 โรงงานยางพาราขนาดใหญ่ บริษัท ศรีตรัง แองโกร อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด ที่ได้รับการร้องเรียนสร้างมลภาวะทางกลิ่น ทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อน

                พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาเป็นครั้งที่ 2 หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ กรณีหน่วยงานภาครัฐไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็น ที่เกิดจากโรงงานผลิตและรับซื้อยางพารา 2 แห่งดังกล่าว จนเกิดความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นรบกวนการดำรงชีวิตและกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมาได้ติดตามการแก้ไขปัญหาและประชุมร่วมกับจังหวัดอุดรธานี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กรมควบคุมมลพิษ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนบริษัทผู้ประกอบการโรงงานยางพาราทั้ง 2 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

                โดยแนวทางระยะสั้น คือ 1.ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เกษตรกรสวนยางใช้กรดฟอร์มิกแทนกรดซัลฟิวริก (กรดกำมะถัน)ในการทำให้น้ำยางจับตัว เพื่อลดปัญหาด้านกลิ่น 2.โรงงานต้องฉีดพ่นสาร EM อย่างต่อเนื่องทุกวัน และต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้วยการปลูกไม้ยืนต้น ที่เป็นปราการกั้นกลิ่นธรรมชาติโดยรอบโรงงาน รวมถึงการใช้ธรรมชาติบำบัดน้ำเสีย สำหรับมาตรการระยะยาว ขอให้กรมควบคุมมลพิษเสนอและผลักดันให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกประกาศเรื่องการกำหนดค่ามาตรฐานความเข้มกลิ่นอากาศเสียจากโรงงานผลิตยาง

                จากการประชุมรับฟังสรุปและลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาของทั้ง 2 โรงงาน พบว่า มาตรการระยะสั้นนั้น จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด และได้รับความร่วมมือจากโรงงานทั้งสองแห่งเป็นอย่างดี ทั้งจากการดำเนินการตามข้อเสนอแนะข้างต้น และการลดสต๊อกยาง ทำอาคารเก็บยางพาราระบบปิด เพื่อสนับสนุนการเร่งแก้ปัญหาทุกมิติ เร่งลดปัญหามลพิษจากการผลิตยาง

                พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามมติที่ประชุมวันนี้ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมในการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2 ประเด็น คือ 1.ขอให้จังหวัดรณรงค์ให้ความรู้เชิญชวนให้เกษตรกรยางพารา ใช้กรดฟอร์มิกแทนกรดซัลฟิวริก นำเสนอข้อดีของสารดังกล่าวที่เป็นกรดอินทรีย์ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ เปรียบเทียบควบคู่ไปกับการเสนอผลเสียต่อสุขภาพของกรดซัลฟิวริก รวมถึงเพิ่มช่องทางและควรมีการกำหนดนโยบายด้านราคา ให้สามารถเข้าถึงกรดฟอร์มิกได้ง่ายขึ้น เหล่านี้จะส่งผลให้เกษตรกรเข้าใจและตระหนักถึงประโยชน์ ตลอดจนเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้กรดฟอร์มิกอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น 2.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับผู้ประกอบการวิจัยพัฒนาสารประกอบ ร่วมกับกรดฟอร์มิกที่จะสามารถทำให้ยางจับตัวเร็วขึ้นพอๆ กับกรดซัลฟิวริก ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มีราคาที่เป็นธรรม เพื่อใช้ทดแทนกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

                ส่วนมาตรการระยะยาว ได้มีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากโรงงานยาง แล้วตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2563 ซึ่งได้กำหนดค่ามาตรฐานความเข้มของกลิ่นบริเวณริมรั้วหรือขอบเขตแหล่งกำเนิดมลพิษ อยู่ที่ 30 หน่วย และค่ามาตรฐานความเข้มของกลิ่นที่ปล่องระบายอากาศเสียของแหล่งกำเนิดมลพิษมีค่ามาตรฐาน คือ 2,500 หน่วย ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานกำกับควบคุมโรงงานยางพาราในพื้นที่อื่นๆ ทั้งระบบ

                “ต่อจากนี้ จะนำปัญหาอุปสรรคที่ได้รับฟังเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบการในวันนี้ สรุปนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง ที่ดูแลภาพรวมในเรื่องนี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในเชิงระบบ เพื่อเร่งลดผลกระทบด้านมลพิษ สุขอนามัยของชุมชนในพื้นที่ที่มีการประกอบกิจการโรงงานยางพาราต่างๆ อย่างยั่งยืนต่อไป” พลเอก วิทวัส กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here