รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอบวมในโค-กระบือ

0
53

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี kick off รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย (โรคคอบวม) โค-กระบือ นำร่องที่บ้านหัวบึง  ตำบลบ้านขาว อำเภอเมือง  พื้นที่เป้าหมายเสี่ยงสูง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงโค-กระบือสูงที่สุดในอำเภอเมืองอุดรธานี


                วันที่ 25 สิงหาคม 2563 ที่ศาลากลางบ้านหัวบึง  หมู่ที่ 3 บ้านหัวบึง ตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดกิจกรรม kick off โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย หรือโรคคอบวม  โดยมีนายดรณ์ สมิตะเกษตริน นายอำเภอเมืองอุดรธานี  ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปศุสัตว์อำเภอทั้ง 20 อำเภอ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี ร่วมกิจกรรม

                นายพนธ์สมิทธิ์ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์โรคระบาดเฮโมรายิกเซพติกซีเมียในกระบือหลายพื้นที่ของประเทศไทย สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกับเกษตรกรเจ้าของสัตว์เลี้ยง  กรมปศุสัตว์จึงมีนโยบายให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย โดยจัดให้มีการรณรงค์ kick off พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันระดับสูง

                จังหวัดอุดรธานี จึงได้กำหนดจัด kick off รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย หรือโรคคอบวมในวันนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรจังหวัดอุดรธานีได้ทราบ และมีความรู้เรื่องโรคฯและให้ความสำคัญต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฯในสัตว์เลี้ยง ตลอดจนตื่นตัวในการสร้างภูมิคุ้มกันและลดอุบัติการณ์การเกิดโรคฯให้กับสัตว์เลี้ยงของตน ด้วยการฉีดวัคซีนก่อนรอบรณรงค์ฉีดวัคซีนปกติของกรมปศุสัตว์เดิม รอบที่  1 พฤศจิกายน ถึง ธันวาคม 2563 เพื่อให้สัตว์มีระดับภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันโรคได้ เป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นแก่เกษตรกร ผู้เลี้ยงโค กระบือ อีกทั้งสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีให้ตระหนักรู้ถึงความรุนแรงของโรค ซึ่งจะเป็นแนวทางในการเฝ้าระวังและป้องกันโรค

                โรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย  หรือโรคคอบวม  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เป็นสาเหตุการตายของโคและกระบือ  เนื่องจากโคและกระบือเป็นสัตว์ที่มีความไวต่อเชื้อ สัตว์ที่ป่วยแบบรุนแรงอาการจะเริ่มจากไข้สูงซึม และไม่อยากเคลื่อนไหว ต่อมาจะพบว่ามีน้ำลายน้ำมูก ไม่เคี้ยวเอื้อง มีการบวมแข็งร้อนบริเวณคอ หัว ไหล่ และบริเวณหน้าอก เยื่อเมือกคั่งเลือด มีอาการทางระบบหายใจคืออ้าปากหายใจ มีเสียงดังหอบลึกและถี่ ท้องอืดอุจจาระมีมูกเลือดปน สัตว์มักจะล้มและตายภายใน 6- 24 ชั่วโมง หลังจากสังเกตพบอาการ ซึ่งพบกระบือมีอัตราป่วยและตายสูงกว่าโค


                อนึ่ง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรค ช่วงนี้ถึง 10 กันยายน 2563 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ ชะลอการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกพื้นที่ หรือจนกว่าโรคจะสงบ ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้กับโคและกระบือ ที่มีอายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปทุกตัว โดยเน้นพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีการเลี้ยงโคกระบือหนาแน่นพื้นที่ใกล้ตลาดค้าสัตว์ ขอความร่วมมือกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย สร้างการรับรู้แก่ประชาชน ในการเฝ้าระวังโรค  หากพบการเกิดโรคแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าไปควบคุมโรคทันที  เพื่อลดความสูญเสียและการแพร่ระบาดของโรค 

                พร้อมนี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ยังได้จัดเจ้าหน้าที่จ้างเหมาช่วยงานสัตวแพทย์/อาสาสมัครปศุสัตว์ ดำเนินการเฝ้าระวังทางอาการและตรวจสอบการฉีดวัคซีนของเกษตรกรที่เลี้ยงโค-กระบือในพื้นที่ โดยให้ทำการเคาะประตูบ้านเอกซเรย์พื้นที่ที่มีการเลี้ยงโค-กระบือพร้อมรณรงค์ฉีดวัคซีน โรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมียและโรคปากเท้าเปื่อยด้วย 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here