กระทรวงดิจิทัลฯสร้างการรับรู้และรับมือกับข่าวปลอม

0
14

ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดสัมมนาสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือข่าวปลอมให้กับประชาชนที่อุดร เนื่องจากปัจจุบันการใช้สื่อสังคมออนไลน์ มีการเผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสม ปลุกระดม ยั่วยุ บิดเบือนข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น จึงมาสร้างการรับรู้และสามารถรับมือกับข่าวปลอมได้

                วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่โรงแรมนภาลัย อุดรธานี นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดสัมมนา “สร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม” ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anit Fake News Center : AFNC) โดยมีผู้บริหารบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรทางการศึกษา สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปรู้เท่าทัน เข้าใจในกระบวนการตรวจสอบข่าวปลอมรวมทั้งสามารถรับมือกับข่าวปลอมได้ โดยวิทยากร นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และนายศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ

                นางสาวสิริน้อย องค์สิริวิทยา ผอ.กองกลาง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เนื่องด้วยปัจจุบันการใช้สื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ต ที่มีการเผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสมในการปลุกระดม ยั่วยุ สร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือ โดยมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารไปจากข้อเท็จจริง ทำให้มีผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เด็ก เยาวชน ตลอดจนกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมอันดี และสถาบันหลักของชาติ ซึ่งจะเห็นได้จากปริมาณเว็บไซต์ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีจำนวนมาก ที่ต้องดำเนินการและมีประเด็นที่เกี่ยวข้องเชิงการบูรณาการภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในระดับประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเข้าข่ายกระทำผิดเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสารข้อมูลอันเป็นเท็จ การตัดต่อข้อมูล เนื้อหา การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากข้อเท็จจริง เพื่อสร้างผลกระทบในทางลบต่อสังคม ประชาชน อันนำมาซึ่งความเสียหายทางสังคม เศรษฐกิจ และประชาชนทั้งในระยะสั้นระยะยาว

                ซึ่งข่าวปลอมที่เป็นกระแส และถือว่าเป็นภัยใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพจำพวกยาลดความอ้วนต่างๆ หรือเรื่องการหลอกลวงให้ลงทุน การขายสินค้าอันตรายและผิดกฎหมาย หรือข่าวปลอมที่พบได้บ่อยในช่วงภัยพิบัติที่มีการแชร์ต่อๆกันจนเป็นกระแสว่าจะเกิดสึนามิ เขื่อนแตก เป็นต้น

                โดยศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anit Fake News Center : AFNC)ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เห็นความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้าใจการดำเนินงานการประสานงานร่วมกัน เสริมสร้างประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม รวมถึงกระบวนการทำงานวัดประสิทธิภาพของศูนย์ให้เกิดประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย โดยกระบวนการทำงานของ Anit Fake News Center ได้เน้นย้ำถึงกระบวนการทำงานที่กระชับ รวดเร็ว ก็คือ ขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องและจัดการแก้ไขข่าวปลอมจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด โดยมีทีมงานฝ่ายต่างๆอันประกอบด้วย ฝ่ายติดตามและคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ มีฝ่ายตรวจสอบข้อมูลที่มีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม ฝ่ายดำเนินขั้นตอนตอบโต้ข่าวปลอม และเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง ตลอดจนฝ่ายประสานงานตรวจสอบข้อมูลและจัดทำข้อมูลที่ถูกต้อง

                นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ข่าวปลอมหรือ Fake News ทางกระทรวงฯได้รับมอบหมายให้ดูแลประชาชนให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จึงตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหา ข่าวปลอม ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  มีเครือข่ายการทำงานทุกกระทรวง ทบวง กรม ช่วยทำงานและตรวจสอบ ซึ่งวิธีการตรวจสอบ อาทิ การอ่านข่าวเราจะต้องอ่านทั้งหมดไม่เชื่อพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว ตรวจสอบ URL ของเว็บไซต์ที่นำมาเผยแพร่ ตรวจสอบแหล่งที่มา ตัวตนของผู้เขียน ดูความผิดปกติของตัวสะกด ภาษาที่ใช้หรือการเรียบเรียง พิจารณาภาพประกอบ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่างเช่นเรื่องม็อบในปัจจุบัน หลายข้อมูลเรื่องเก่ามานำเสนอซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

                นางคนึงนิจฯ กล่าวอีกว่า กระบวนการทำงานของศูนย์ฯจะเน้นในกลุ่มข่าวผลิตภัณฑ์และสุขภาพ กลุ่มข่าวเศรษฐกิจ กลุ่มข่าวภัยพิบัติและกลุ่มข่าวนโยบายรัฐ ที่เป็นผลกระทบในวงกว้าง จากนั้นก็จะประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และศูนย์จะดำเนินการเผยแพร่ข้อเท็จจริง ผ่านช่องทาง Website, Facebook,Twitter และ Line Official ของศูนย์  ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านทางช่องทางดังกล่าว และสายด่วน 1111 ต่อ 87

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here