“เจดีย์วัดหนองบัวร้าง” หนึ่งเดียวโบราณสถานกลางเมืองอุดร

0
10

จังหวัดเตรียมหารือกรมศิลปากร ถึงแนวทางการบูรณะเจดีย์ ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

         นายธีทัต พิมพา  ผอ.สำนักงานวัฒนธรรม จ.อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบ “เจดีย์วัดหนองบัวร้าง” ทางเข้าศาลเจ้าปู่ย่าอุดธานี หน้าโรงงานผลิตน้ำแข็งของเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งพื้นที่อยู่ในความดูแลของกรมการศาสนา มีเอกชนขอเช่าทำประโยชน์บางส่วน โดยเมื่อปี 2560 ทางสำนักศิลปากรที่ 9 ขอนแก่น ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดมาตรวจสอบ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ถือเป็นโบราณสถานแห่งเดียวในชุมชนเมือง จึงได้กันเขตเป็นพื้นที่โบราณสถานประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 67 ตารางวา  เพื่อประกอบการขึ้นทะเบียน พบว่า เป็นเจดีย์ สูง 4.30 เมตร กว้างยาวด้านละ 3.70 เมตร สร้างด้วยอิฐฉาบด้วยปูนขาว เทินอยู่บนดินอัดแน่น มีกำแพงด้านละ 4.80 ม. หน้า 30 ซม. สูง 50 ซม. และยังพบฐานโบสถ์อีก 1 หลัง ก่อและปูฐานด้วยอิฐ มีใบเสมาหินทรายแดงข้างละ 3 ใบ มีบันไดทางขึ้น 3 ขั้น หลังขุดตรวจได้กลบไว้ในสภาพเดิม พร้อมทำแนวป้องกันคนเข้าภายใน

                นายธีทัต พิมพา วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จากการประชุมกรมการจังหวัด มีการนำพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ และการรักษาโบราณสถานต่างๆ ให้ที่ประชุมรับทราบว่าโบราณสถานประกอบด้วยอะไร โดยอาจจะเป็นแหล่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือมนุษย์สร้างขึ้น โบราณสถานนั้นบางที่อาจจะเป็นวัด เป็นเจดีย์ เป็นอย่างเช่นหอนางอุสา เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

                จังหวัด จึงให้ดูภาพวัดเจดีย์หนองบัวร้างแห่งนี้ มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ไปดำเนินการว่าจะมีวิธีการพัฒนา บูรณะ ซ่อมแซม เจดีย์แห่งนี้ซึ่งเป็นโบราณสถานมีอายุมากกว่า 300 ปีโดยประมาณ เป็นเจดีย์ทรงล้านช้าง ซึ่งมีความเป็นมาคาบเกี่ยวในส่วนของพื้นที่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของล้านช้าง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเองมีภารกิจที่จะต้องดูแลโบราณสถานเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลัง จึงได้มาทำการตรวจสอบ ครั้งแรกดูแล้วว่าภาครัฐ ภาคเอกชน จะร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาตรงนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรม เป็นแหล่งที่มีความศรัทธาในพระธาตุหนองบัวร้าง โดยหลายๆคนได้ระดมทุนกันเมื่อปี 2560 ประมาณ 4 ล้านบาทที่จะบูรณะ แต่ติดปัญหาเรื่องของเจดีย์วัดหนองบัวร้าง ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน จึงจะทำเรื่องปรึกษาไปยังอธิบดีกรมศิลปากรว่า แนวทางที่จะบูรณะโบราณสถานแห่งนี้ ให้เป็นที่สักการะบูชาของประชาชนชาวอุดรธานี จะดำเนินการแนวทางไหน ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของกรมศิลปากร หรือพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ปี 2504

                นายธีทัตฯ วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวอีกว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากว่าเป็นที่วัดร้าง ซึ่งจะมอบให้ทางเอกชนได้เช่าที่เป็นระยะเวลา 30 ปี ในการที่จะก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ปรากฎว่ามีส่วนของเจดีย์วัดหนองบัวร้าง ทางเอกชนพยายามที่จะเว้นพื้นที่ไว้ เมื่อก่อนจะมีอาคารไม้สองฝั่งไม่สามารถที่จะขยับขยายขึ้นเป็นโบราณสถานได้ ขณะที่ทางเอกชนให้ความร่วมมือคืออาคารพาณิชย์เขยิบออกไปข้างนอก ทำให้บริเวณตรงนี้มีความโดดเด่นขึ้นมา  ซึ่งเหมาะที่จะประสานงานไปทางกรมศิลปากรแนวทาง ที่จะบูรณะให้เป็นที่สักการบูชาของประชาชนต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here