ยาย 73 ปีวอนช่วยตามหาลูกสาวหลังหายตัวไปนาน 15 ปี

0
339

คุณยายวัย 73 ชาวอุดร ร้องสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทย ในสหราชอาณาจักร ช่วยตามหาลูกสาวหายตัวไปนานกว่า 15 ปี ที่ประเทศอังกฤษ ติดต่อไม่ได้ พร้อมให้ตรวจพิสูจน์ศพหญิงสาวที่เสียชีวิตบนเขา เนื่องจากมีระยะเวลาที่หายใกล้เคียง และภาพสเก็ตคล้ายบุตรสาว สมาคมฯรุดลงพื้นที่เก็บข้อมูลและนำดีเอ็นเอเปรียบเทียบ


เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ห้องประชุมสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงษ์ ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นางเศรษฐินรี เวเนส นายกสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทย ในสหราชอาณาจักร เปิดเผยถึงกรณีนางจุมศรี สีกันยา อายุ 73 ปี ชาวบ้านโพน หมู่ 4 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ส่งจดหมายถึงสมาคมฯ เพื่อขอความช่วยเหลือในการตรวจพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิตที่เมืองยอร์คเชีย ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรสาวของตนเองหรือไม่ หลังนางลำดวน สีกันยา บุตรสาวได้เดินทางไปประเทศอังกฤษพร้อมสามีชาวต่างชาติ เมื่อปี 2547 และไม่ได้ติดต่อกลับบ้านมานานถึง 15 ปี
ล่าสุดบุตรชายที่เกิดกับสามีชาวไทย ที่ได้ถูกทอดทิ้งไว้ที่โบสถ์ในอังกฤษ มาตามหาแม่ที่เมืองไทย ตามคำบอกเล่าของพ่อว่าแม่กลับมาเมืองไทย และได้พบนางจุมศรี ผู้เป็นยาย โดยยายแจ้งว่าไม่เจอหน้าแม่มาสิบกว่าปีแล้วนึกว่าอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ยายจึงสงสัยว่าหญิงสาวที่พบเป็นศพบนเขาในประเทศอังกฤษ อาจเป็นบุตรสาวของตนเองที่หายไป


นางเศรษฐินรี เวเนส กล่าวว่า เมื่อ 14 ปี ที่ผ่านมา ตำรวจอังกฤษพบศพหญิงสาวเสียชีวิตบนเขาที่เมืองยอร์คเชีย ประเทศอังกฤษ “สตรีแห่งขุนเขา” คือชื่อในหลุมฝังศพของเธอ จากการตรวจสอบดีเอ็นเอ พบว่าเป็นคนเอเชีย และดูจากแหวนทองของผู้ตายแล้ว น่าจะเป็นคนไทย จากการสอบถามประวัติจากครอบครัว และภาพถ่ายในอดีตของนางลำดวน เปรียบเทียบกับภาพสเก็ตของเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษ ทำให้เชื่อว่าผู้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรสาวของนางจุมศรี สมาคมฯ จึงได้ประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี เพื่อขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมลงมาตรวจดีเอ็นเอของนางจุมศรี เพื่อนำไปเทียบกับดีเอ็นเอของศพผู้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งหลังจากตรวจดีเอ็นเอแล้วคาดว่าจะรู้ผลประมาณ 5 สัปดาห์


ต่อมา นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงษ์ ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี และผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากนางจุมศรี สีกันยา ที่บ้านโพน ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยได้นำรูปถ่ายนางลำดวนฯ บุตรสาวมาให้ดู เปรียบเทียบกับภาพสเก็ตศพผู้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับพูดคุยถึงเหตุการณ์ต่างๆเกี่ยวกับตัวลูกสาว ซึ่งนางอรเกษมศิลป์ฯ กล่าวว่า ทางสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทย ในสหราชอาณาจักร ก็พยายามทีจะตามหาญาติของผู้เสียชีวิตมานานถึง 14 ปี ก็มีการเผยแพร่ภาพสเก็ตและทราบว่าเป็นผู้หญิงชาวเอเชีย เมื่อทราบเรื่องร้องเรียนก็เดินทางมาพบผู้ที่คาดว่าจะเป็นพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีข้อมูลที่สูญหายใกล้เคียงกัน ประกอบกับทางญาติได้ดูรูปภาพสเก็ต คล้ายคลึงกับญาติที่เมืองไทยที่หายไป และให้ทางยุติธรรมจังหวัดลงมาเก็บข้อมูล และมีการตรวจดีเอ็นเอ เป็นเคสพิเศษจะดำเนินการอย่างรวดเร็วไม่ใช้เวลานานเหมือนที่ผ่านมา

ขณะที่ นางจุมศรีฯ กล่าวว่า มั่นใจว่าเป็นลูกสาวด้วยเอง คล้ายมาก และระยะเวลาที่ลูกสาวหายไปก็ใกล้เคียงกัน นับตั้งแต่ที่ลูกสาวและสามีชาวฝรั่งได้กลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อปี 2547 และเมื่อกลับต่างประเทศ ลูกสาวกลับไปก็โทร.มาบอกว่าสามีไม่ให้เงิน จากนั้นก็เงียบหายไปเลย ติดต่อไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ต่อมาหลานได้เห็นภาพสเก็ตของผู้เสียชีวิตเหมือนกับญาติตัวเอง จึงได้เขียนหนังสือร้องเรียนถึงสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ให้ตามหาลูกสาว จนมีเบาะแสที่เชื่อแน่ว่าจะเป็นลูกสาวของตัวเอง ก็ให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป หากเป็นบุตรสาวตนจริงๆก็อยากจะนำศพลูกสาวกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน และที่ผ่านมาตนเองก็ตามหามานานหลายปี


ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here