รวบ ไอ้อาก้า ยกเค้า บ้านฝรั่งฉก เครื่องเพชร นับล้าน

0
423

ตำรวจเมืองอุดร รวบสองผัวเมียงัดบ้านหรู วิศวกรชาวสวิสฯ ฉกแหวนเพชรและทรัพย์สินอีกหลายรายการนับล้านบาท อ้างหาเงินค่านมลูก ตำรวจสืบจากกล้องวงจรปิด จับกุมได้ที่บ้านพักก่อนนำไปขาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.พ.2562 ที่หน้าสภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รองผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รองผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี และจนท.ตร.ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง

แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ชาวต่างชาติ ผู้ต้องหา 2 คน ประกอบด้วย นายอาก้า แพงสา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 440 ม.9 ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี และ น.ส.ประไพ ไชยชาติ อายุ 33 ปี ภรรยา

พร้อมตรวจยึดของกลางกว่า 100 รายการ อาทิ รถสามล้อเครื่อง 1 คัน รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว 1 คัน แหวนเพชร 3 วง ราคาวงละ 2-3 แสนบาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แท็ปเล็ต นาฬิกาข้อมือ ต่างหู ล็อกเก็ต กระเป๋าแบรนด์เนม เงินสกุลฟรังค์สวิส รวมของกลางมูลค่าทรัพย์สินเกือบ 1 ล้านบาท

พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า ในห้วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุลักทรัพย์ในหลายตำบลในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนใหญ่เป็นเหตุงัดบ้านพักของชาวต่างชาติ

ล่าสุดเมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 1 ก.พ.มีเหตุงัดบ้านพักชาวต่างชาติ บ้านนาคลอง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ของ มิสเตอร์มัลเฟรด ไรเซอร์ อายุ 68 ปี วิศวกรชาวสวิสเซอร์แลนด์ และนางมณธิชา ไรเซอร์ อายุ 58 ปี ภรรยาชาวไทย รื้อค้นเอาทรัพย์สินไปได้ทั้งโน้ตบุ๊ก แท็ปเล็ต แหวนเพชร เครื่องประดับ กระเป๋า รวมหลายรายการมูลค่าเกือบล้านบาท ขณะเจ้าของบ้านออกไปทำธุระนอกบ้าน

ต่อมาชุดสืบสวนได้แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิด จนพบว่าคนร้ายเป็นชายและหญิงใช้รถสามล้อเครื่อง ขับวนเวียนหลายรอบที่บ้านผู้เสียหาย จอดรถแล้วปีนรั้วเข้าไปขโมยทรัพย์สินก่อนหลบหนีไป

จนกระทั่งการแกะรอยพบว่าคนที่ใช้รถสามล้อคือ นางประไพ ไชยชาติ พักอาศัยอยู่บ้านเช่าในต.เชียงพิณ จึงได้เข้าตรวจค้น และพบผู้ต้องหาทั้งสองกำลังนั่งแล่นแท็ปเล็ตที่ขโมยมาอยู่ในบ้าน และเตรียมนำทรัพย์สินออกขาย จึงจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางเต็มบ้าน

นางมณธิชา ไรเซอร์ อายุ 58 ปี ภรรยาชาวไทย กล่าวว่า แหวนเพชร ที่ถูกคนร้ายขโมยไปนั้น มีค่าทางจิตใจกับตนเองเป็นอย่างมาก หาสิ่งของมีค่าอื่นมาทดแทนไม่ได้

เนื่องจากเป็นของขวัญที่ได้มาในวันแต่งงาน วันวาเลนไทน์และวันคริสมาสต์ หากไม่ได้คืนคงเสียใจไปตลอดชีวิต ต้องขอบคุณตำรวจที่ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนและชาวต่างชาติได้

นายอาก้า แพงสา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยถูกจับคดีลักทรัพย์มาแล้ว ติดคุกที่เรือนจำกลางอุดรธานี 2 รอบ และถูกจับในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ติดคุกที่นั่นอีก 1 รอบ รวมแล้วกว่า 6 ปี กระทั่งพ้นโทษมาเมื่อประมาณเดือนก.ค.61 ที่ผ่านมา

แล้วมาพักอยู่กับภรรยา แต่ก็มีปัญหาเรื่องงานไม่มี เงินไม่มี ที่จะซื้อนมให้ลูกน้อยวัยปีเศษ

จึงชักชวนกันออกงัดบ้านลักทรัพย์โดยเลือกเอาบ้านพักฝรั่ง เพราะคิดว่ามีทรัพย์สินมากกว่าบ้านของคนไทย เพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย กระทั่งถูกจับได้

คราวนี้ต้องกลับเข้าเรือนจำอีกเป็นรอบที่ 4 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะ” ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here