มหัศจรรย์ OTOP ช้อปฟินของดีมหาสารคาม

0
381

จังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานภาคี จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าโอท็อป “มหัศจรรย์ OTOP ช้อปฟินของดีมหาสารคาม” ที่อุดรธานี เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย


เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานี นางปริศนา โกลละสุต พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ภายใต้ชื่องาน “มหัศจรรย์ OTOP ช้อปฟินของดีมหาสารคาม” โดยมี นายกัมปนาทจักรวาล วิเวศ ศรีพุทธา พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการ ร่วมงาน


นายบุญโฮม งามเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน พัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนใช้ภูมิปัญญา และทรัพยากรที่มีในชุมชน มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชน และชุมชนภายใต้โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปนั้น จังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร่วมกับหน่วยงานภาคี ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญดังกล่าว ภายใต้โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ด้วยการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมการตลาด มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้า OTOP ของจังหวัดมหาสารคามมีความสามารถในการแข่งขัน


ปีงบประมาณ 2562 จังหวัดได้รับการอนุมัติงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัด ให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม ดำเนินงานโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และการตลาด กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยกำหนดดำเนินงาน 2 กิจกรรม ได้แก่ เพิ่มศักยภาพกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP (รายใหม่) ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย และการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหม OTOP ในครั้งนี้ ภายใต้ชื่องาน “มหัศจรรย์ OTOP ช้อปฟินของดีมหาสารคาม” ดำเนินการระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2562 ณ เซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าโอท็อปที่จะนำไปสู่การสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น เป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายออกไป และเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ระดับภาค และระดับประเทศ และเพื่อสนับสนุนและพัฒนาให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ และการตลาด
กิจกรรมในงาน ประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอท็อป


ของจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งสิ้นจำนวน 60 บูธ ประกอบด้วยประเภทอาหาร 12 บูธ, ประเภทเครื่องดื่ม 1 บูธ , ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย 32 บูธ , ประเภทของใช้/ ของตกแต่ง/ของที่ระลึก 12 บูธ และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 3 บูธ การประกวดนำเสนอผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP กิจกรรมการแสดงดนตรีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดระยะเวลา การจัดงาน 5 วัน
นางปริศนา โกลละสุต พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า งานครั้งนี้ เป็นเสมือนการตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญ และการเอาใจใส่ของทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ การที่จังหวัดมหาสารคามได้นำของดีของจังหวัด ซึ่งเป็นสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอด มาจัดแสดงและจำหน่ายในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ที่ได้พัฒนาสินค้าให้มีความพร้อมที่จะออกสู่ตลาดทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ
โดยเฉพาะผ้าไหมลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นลายเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม และมีผ้าลายเอกลักษณ์ของแต่ละอำเภอ ทั้ง 13 อำเภอ ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละอำเภอ เช่น อำเภอนาเชือก ผ้าลายขอขจร อำเภอวาปีปทุม ผ้าลายข้าวสาร อำเภอเชียงยืน ผ้าลายโคมเก้า อำเภอแกดำ ผ้าลายไข่มดแดง เป็นต้นนอกจากผ้าไหมก็ยังมีสินค้าภูมิปัญญา OTOP อื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก ที่ถูกนำมาจัดแสดงและจำหน่ายในงานครั้งนี้ ก็ขอเชิญชวนทุกท่านได้เยี่ยมชม และเลือกซื้อ เลือกใช้สินค้า OTOP สินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากจะได้ช่วยชาวบ้านให้มีอาชีพและรายได้โดยตรงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย เพื่อก้าวสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป
นางปริศนา โกลละสุต พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวอีกว่า ในปี 2561 จังหวัดมหาสารคาม มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งสิ้น 1,550 ล้านบาทเศษ โดยเป็นรายได้จากการจำหน่ายไหมและผลิตภัณฑ์จากไหม จำนวน 342 ล้านบาท ซึ่งนอกจากกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้แล้ว ยังส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าภายในจังหวัดมหาสารคาม มีรายได้ตามมาด้วย กล่าวคือการที่เราพัฒนา กลุ่ม OTOP ประเภทผ้าไหม สามารถส่งผลถึงรายได้ของคนในจังหวัด ตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่ กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กลางทาง ได้แก่ กลุ่มผู้ทอผ้าไหมและกลุ่มแปรรูปผ้าไหม ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า และปลายทาง ได้แก่ ร้านจำหน่ายผ้าไหม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here