โครงการจัดหาพันธ์สัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรในแหล่งน้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

0
143

                นายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี กล่าวใน Facebook ของตนเองว่า จากที่ สจ.แม็ค (ชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง) ได้ซักถามในสภา อบจ. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 ที่ผ่านมานั้น ผมได้ตอบอย่างละเอียดจนท่าน สจ.แม็ค นั่งฟังและเงียบ ไม่ได้ซักถามเพิ่มเติมอะไร  แต่ผมไม่ได้ตอบอย่างที่ สจ.แม็ค ลงใน Facebook นะครับ เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและบิดเบือนครับ ผมขอเรียนทุกท่านว่า ผมตอบ สจ.แม็ค แบบนี้นะครับ

สจ.แม็ค (ชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง) ถามว่า ได้ดำเนินการ ข้อทักท้วงของ สตง. อย่างไร ผมตอบว่า สตง. เคยทักท้วงเมื่อปี 2559 ว่าเป็นภารกิจของ อบจ. หรือไม่ ผมได้ชี้แจง สตง. โดยสำเนาคำพิพากษาของศาลปกครองอุดรธานีเคยพิพากษาไว้เมื่อ นายเฉลิมพล สนิทวงศ์ชัย เป็นนายก อบจ.(ก่อนนายหาญชัย ทีฆธนานนท์) ว่า การที่ อบจ. จัดหาพันธุ์สัตว์น้ำแจกจ่ายให้แก่ประชาชนและปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายและ สตง. ก็หยุดทักท้วงไปแล้ว

สจ.แม็ค ถามว่า วิธีการจัดซื้ออย่างไร ทำไมวิสาหกิจชุมชนสุพรรณบุรีได้โครงการ ทำไมเราไม่ตั้งวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดอุดรธานีของเรานั้นจะได้หมุนเวียนในจังหวัด ผมตอบว่า การปล่อยพันธุ์ปลาเป็นการดำเนินการทั่วจังหวัด ครบทุกหมู่บ้านซึ่งเฉลี่ยแต่ละหมู่บ้านนั้นเป็นเงิน 15,000 บาท (เป็นการเฉลี่ยซึ่งแหล่ง น้ำแต่ละหมู่บ้านหรือหนองน้ำ แหล่งน้ำเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน) โดยดำเนินการแต่ละปีๆละ 30 ล้านบาทโดยประมาณ และอบจ. ดำเนินการทั้งจังหวัด มิใช่ทำตำบลใดตำบลหนึ่ง เหมือนเทศบาลหรือ อบต. และ อบจ. ก็เปิดโอกาสให้สหกรณ์ชุมนุมสหกรณ์ ทุกแห่งทุกจังหวัดมายื่นความจำนง (ไม่ใช่วิสาหกิจชุมชนอย่างสจ.แม็ค พูด) แต่สหกรณ์ที่เพาะพันธุ์ปลาของจังหวัดอุดรธานี ไม่มีการเพาะเลี้ยงปลา ผู้รับจ้างจึงเป็นชุมนุมสหกรณ์ผู้เพาะพันธุ์ปลาจากจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นผู้ได้งานไป (ชุมนุมสหกรณ์คือองค์กรที่ได้รวมตัวกันจากสหกรณ์ต่างๆเป็นชุมนุมสหกรณ์การเพาะพันธุ์ปลาแห่งประเทศไทย) ถ้าหากอุดรธานี มีสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำหรือมีชุมชนสหกรณ์ที่สามารถจัดหาพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ อบจ.อุดรได้ ก็จะเป็นการดีและเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดอุดรธานีของเรา

สจ.แม็ค ถามว่า ตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2563 ใช้งบประมาณไปเท่าไหร่ ผมตอบว่า ถ้ารวมทั้งหมด 5 ปีๆละ 30 ล้านก็เกือบ 180 ล้านบาท แต่โครงการนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการอบรมให้ความรู้กับชาวบ้านแบ่งเป็นค่าเข้าฝึกอบรม / เป็นค่าอาหารเที่ยง / เป็นค่าอาหารว่าง 2 ครั้ง / เป็นค่าพาหนะของผู้เข้าอบรมที่มาจากหมู่บ้านๆละประมาณ 20 คน / ค่าวัสดุอุปกรณ์ / ค่าวิทยากรทางด้านการประมง ดังนั้นงบประมาณนี้จึงไม่ใช้ค่าจัดซื้อปลาทั้งหมด

สจ.แม็ค เสนอว่า ให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ให้สัตว์น้ำ เป็นของจังหวัดอุดรธานี ผมตอบว่า คำว่าพิพิธภัณฑ์ให้สัตว์น้ำกับศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเป็นคนละอย่างกัน ถ้าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นก็จะเหมือนบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรีและที่ชลบุรี ที่ให้ประชาชนเข้าชม แต่ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำส่วนของจังหวัดอุดรธานี เป็นของกรมประมง อยู่ที่ห้วยหลวงแต่มีกำลังความสามารถในการเพาะพันธุ์ไม่ได้มาก ได้ปริมาณไม่เกินปีละ 5 ล้าน ถึง 6 ล้านตัว  ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการที่จังหวัดขนาดใหญ่ๆ ด้วยความเจริญเติบโตของจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ทรัพยากรในแหล่งน้ำลดน้อยลง ประชาชนชาวเกษตรกรตามหมู่บ้านต่างๆต้องการมีอาหารในแหล่งน้ำ พี่น้องประชาชนเหล่านั้น ไม่มีฐานะร่ำรวย เป็นชาวไร่ ชาวนา  อบจ. จึงจำเป็นต้องจัดหาเพื่อเติมทรัพยากรในแหล่งน้ำให้ประชาชนทุกปี ท่านที่มีเงิน มีฐานะ อาจจะมองว่าโครงการนี้ไม่จำเป็น แต่ อบจ.จะต้องดูแลประชาชนทุกหมู่บ้านและเกษตรกรชาวไร่ชาวนาเป็นคนส่วนใหญ่ของจังหวัด อบจ. ไม่สามารถละเลยพี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ได้

“การที่ท่าน สจ.แม็ค (นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง) ได้ทักท้วงตรวจสอบถือเป็นหน้าที่ที่ควรทำและถูกต้องตามภารกิจของท่าน แต่การนำเสนอทางสื่อต่างๆ ท่านควรพูดในเรื่องจริงและนำเสนอย่างครบถ้วนต่อพี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมา”

ขณะที่ นายยิ่งใหญ่ กองทอง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมือง เขต 9 ขอเป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนเห็นชอบ อนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2564 จำนวน 24,000,000 บาท โครงการจัดหาพันธ์สัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรในแหล่งน้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดอุดรธานี โดยเห็นว่าจากการที่ผมได้เข้าร่วมโครงการและได้ติดตามการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลา 5 ปี  เริ่มตั้งแต่ปี 2559 – 2563 ใช้งบประมาณไปประมาณ 180,000,000 บาท เพื่อจัดหาพันธ์สัตว์น้ำ ปลาชนิดต่างๆ  เช่น ปลายี่สก ปลาสวาย ปลาบึก ปลาตะเพียน เป็นต้น  และในโครงการนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการอบรมให้ความรู้กับประชาชนด้านรักษาทรัพยากรในแหล่งน้ำด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งก้ามกรามที่ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี ทุกวันนี้จับได้ จะเรียกชื่อว่า “กุ้ง อบจ.”  ไปแล้ว เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งปลา กุ้ง  กบ เพิ่มลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะปัญหาสภาพเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทำให้พันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำต่างๆในจังหวัดอุดรธานีลดลง ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร แหล่งน้ำที่เป็นที่แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำลดลง การใช้สารเคมี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำพวกปลา กุ้ง กบ ให้พี่น้องประชาชนได้นำมาเป็นอาหาร เป็นแหล่งโปรตีนให้กับพี่น้องประชาชน ผมได้เห็นวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่ดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  เห็นพี่น้องประชาชนลงน้ำ หาปู หาปลา หากบ ก็ได้ปู ได้ปลา ได้กบ มาเป็นอาหารหรือขายเป็นรายได้เห็นแล้วชื่นใจและดีใจกับพี่น้องประชาชน

อบจ.อุดรธานี คิดถึงพี่น้องประชาชนและได้ทำโครงการดีๆ มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างนี้ได้มีปัญหาโรคระบาดโควิด – 19  มีพี่น้องประชาชน ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วต้องกลับมาอยู่บ้านเพราะตกงานหรือมีการปิดกิจการ  เรายิ่งต้องช่วยกัน ให้พี่น้องประชาชนได้มีแหล่งหาอาหาร แหล่งทำมาหากิน แหล่งหารายได้  ซึ่งการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลา กุ้ง กบ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ พี่ น้อง ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี ได้เป็นอย่างดี  ผมได้เห็นและได้ร่วมกิจกรรมการลงปลาขายบัตร ทำให้หมู่บ้านมีรายได้และเมื่อได้เงินมาใช้ในการสาธารณะ เช่น สร้างสนามกีฬาในหมู่บ้าน หรือบางหมู่บ้านก็ใช้ประโยชน์อย่างอื่น และพี่น้องประชาชนที่ร่วมจับปลาก็ได้ปลาเป็นอาหาร บางคนได้เยอะก็แบ่งขายเป็นรายได้  เห็นการมีส่วนรวมของพี่น้องประชาชน เห็นทุกคนมีความเบิกบาน  มีความสุข  ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี 

ผมจึงเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่เป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟู และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานีได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here