เศรษฐกิจธุรกิจ

จากเต็นท์รถมือสอง สู่เกษตรกรปลูกองุ่นกว่า 7 สายพันธ์

หลังจากได้รับผลกระทบโควิดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ลองผิดลองถูกจนท้อ แต่ก็ไม่เคยละความพยายาม  จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 88 ม.8 บ.หนองหมื่นท้าว ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี “สวนองุ่นกุลณดา” ถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างที่เจ้าของเต็นท์รถมือสอง หันมาปรับพื้นที่บ้านสวนมาเป็นปลูกเป็นสวนองุ่น ไว้ตามความชอบตัวเอง ที่มีความใฝ่ฝันอยากมีสวนองุ่นเป็นของตัวเอง

นางกุลณดา จันทวงษ์ อายุ 48 ปี เจ้าขององุ่น สวนกุลณดา เปิดเผยว่า เดิมทีนั้นไม่ใช่เกษตรกร หลังจากได้รับผลกระทบโควิด ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ลองผิดลองถูกจนท้อ แต่ก็ไม่เคยละความพยายาม รู้สึกภูมิใจที่สามารถทำความฝันของตนเองให้ประสบผลสำเร็จได้ ซึ่งสวนองุ่นนี้เกิดขึ้นจากความรักและเป็นคนชอบกินองุ่น จึงเป็นแรงผลักดันในการปลูก ตอนแรกคิดจะปลูกไว้กินเอง ส่วนตัวแล้วไม่มีความรู้เรื่องเกษตร ก่อนจะมาปลูกองุ่นนั้นเปิดธุรกิจเต็นท์รถมือสอง และหลายคนแนะนำและบอกว่าองุ่นไม่สามารถปลูกได้ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพราะองุ่นนั้นไม่ชอบพื้นที่ราบลุ่มอีกทั้งชอบอากาศที่เย็น จึงศึกษาความรู้การปลูกองุ่นในอินเทอร์เน็ต แล้วไปเข้าคอร์สดูงานฝึกอบรม ที่ ศูนย์วิจัยโครงการหลวง อุทยานราชพฤกษ์เชียงใหม่

องุ่นนั้น ปลูกแบบปลอดสารเคมีตอนนี้อยู่ในขั้นทดลอง ใช้วิธีปลูกแบบกิ่งป่าติดตาพันธุ์และให้อยู่ในโรงเรือน เลือกใช้พันธุ์องุ่น 7 สายพันธุ์ดังนี้ คือ พันธุ์ไชน์มัสแคท, พันธุ์เคียวโฮ, พันธุ์ไวท์มะละกา, พันธุ์แบล็คโอปอลไร้เมล็ด, พันธ์รูทเพอเรท, พันธ์ซุปเปอร์สวีท และพันธุ์คริมสันแดงไร้เมล็ด ปลูกองุ่นมาได้ราว 2 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผลผลิตออกให้ได้กิน ฝากญาติและจำหน่าย สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมดไปแล้วราว 500 กิโลกรัม สร้างรายได้ที่ดีพอสมควรในการทดลองปลูก

ราคาจำหน่ายหน้าสวน อาทิ  องุ่นพันธุ์ไวท์มะละกา จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 200 บาท แบล็คโอปอล 300 บาท ไชน์มัสแคท ที่ถือเป็นราชาองุ่นราคา 400 บาท ขณะนี้องุ่นมีไม่พอตามความต้องการ ซึ่งลูกค้าบางคนจองไว้ตั้งแต่ต้นองุ่นยังไม่ติดดอกก็มี

นางกุลณดา กล่าวอีกว่า พื้นที่สวนมีทั้งหมด 3 ไร่ ปลูกองุ่นเป็นหลักประมาณ 1 ไร่ นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยและทำเป็นเกษตรผสมผสาน ปลูกส้มโอ ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ ส้มสายน้ำผึ้ง พืชผักที่ตัวเองกินได้โดยไม่ต้องพึ่งพาจากแหล่งอื่น ส่วนเทคนิคในการปลูกองุ่นเริ่มจากช่วง 1-12 เดือน จะเลี้ยงต้นองุ่นให้โตเต็มที่โดยให้ปุ๋ยอินทรีย์และเคมี ต่อมาช่วงเดือนที่ 13 -17 เดือน เราก็ให้แต่ปุ๋ยอินทรีย์จนกระทั่งต้นองุ่นเกิดตาดอก ส่วนน้ำเราติดตั้งระบบต่อท่อและให้น้ำแบบสปริงเกอร์ เทคนิคสำคัญที่จะได้ผลผลิตเราต้องตัดกิ่งแต่งกิ่ง หากไม่ตัดแต่งต้นองุ่นจะไม่ออกลูก จุดนี้ส่วนใหญ่คนไม่รู้กัน อนาคตถ้ามีใครอยากศึกษาข้อมูลเราสามารถให้คำแนะนำได้ อย่างไรก็ดีสวนแห่งนี้ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีคนสนใจเข้ามาขอชมขอถ่ายรูปและซื้อองุ่นกลับไปกิน จนกลายเป็นที่รู้จักโดยบอกกันแบบปากต่อปาก และมีคนมาเยี่ยมชมอยู่ตลอดเวลา

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Back to top button