รวบแก๊งตระเวนลักทรัพย์ตามหอพัก

0
331

ตร.ชุดสืบสวนสภ.เมืองอุดร จับกุมแก๊งคนร้ายตระเวนลักทรัพย์ตามหอพัก เลือกก่อเหตุช่วงกลางวันที่เจ้าของห้องออกไปทำงานหรือไปเรียน ส่วนใหญ่เป็นทีวีที่มีทุกห้อง โดยนำไปจำนำแล้วเอาเงินแบ่งกัน เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์มาแล้ว ติดคุกก็ยังไม่เข็ด


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 ที่หน้าสภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รองผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รองผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวนสภ.เมืองอุดรธานี จำนวนหนึ่ง แถลงข่าวจับกุม นายชัยยุทธ หรือนะ หมวกแก้ว อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 550/4 หมู่ 1 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นายสราวุธ หรือโด้ อุดมภักดี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/37 ถ.วัฒนานุวงศ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี และนางสาววิมลพร หรือแอน ขุนทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 หมู่ 2 ต.สร้างแป้น อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พร้อมของกลาง ทีวียี่ห้อและขนาดต่างๆ จำนวน 5 เครื่อง โน๊ตบุ๊ค จำนวน 2 เครื่อง ประแจบล็อก พร้อมไขควง 1 ชุด (อุปกรณ์งัดแงะ)และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิ๊ก สีดำแดง ทะบเยน 1กง 35 อุดรธานี 1 คัน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ โดยกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร


พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รองผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า ในห้วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีเหตุงัดบ้านลักทรัพย์เอาทรัพย์สินของประชาชนบ่อยครั้ง ก่อเหตุในเวลากลางวันในห้วงที่เจ้าของบ้านออกไปทำงาน หรือไม่อยู่ ในหลายพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี ส่วนใหญ่จะเป็นทีวีที่มีทุกห้อง จนท.ตร.ชุดจับกุมได้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุและจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจงปิด พบตำหนิรูปพรรณคนร้ายและการแต่งกายชัดเจน และพบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊กสีดำแดง จากการตรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด และไล่กล้องตามเส้นทางทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ พบว่าคนร้ายขี่รถเข้าออกบริเวณซอยตรงข้ามตลาดบ้านห้วย และทราบว่าคนร้ายได้มาเช่าบ้านอยู่ ห้อง 107 หอพักอรทัย ซอยบ้านห้วย 2 ทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยยุทธ หมวกแก้ว อยู่กับแฟนสาวคือ นางสาววิมลพร ขุนทอง
นายชัยยุทธ รับสารภาพว่า บุคคลที่ปรากฏตามภาพวงจรปิดเป็นตนเองจริง และได้ลงมือก่อเหตุตระเวนงัดหอพัก และบ้านเรือนที่ไม่มีคนอยู่ โดยจะเลือกก่อเหตุในเวลากลางวัน ช่วงเจ้าของห้องออกไปทำงานหรือไปเรียน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนอีกคนที่ร่วมก่อเหตุคือ นายสราวุธ อุดมภักดี ซึ่งต่อมาได้ติดตามจับกุมได้ที่บ้านพัก ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 7-8 ครั้ง ส่วนมากทรัพย์สินที่ได้จะเป็นทีวี ซึ่งปกติแล้วมักจะมีกันทุกห้อง จากนั้นจะนำไปจำนำตามร้านรับจำนำในเขตเทศบาล โดยใช้บัตรประชาชนของนางสาววิมลพร และเป็นคนนำไปจำนำ ได้เงินมาก็จะนำมาแบ่งกัน


จากนั้น จนท.ตร.ได้นำผู้ต้องหาทั้งสามไปชี้ที่เกิดเหตุ นำตรวจยึดทีวีและโน๊ตบุ๊คที่นำไปขายและจำนำ ร้านค้าและรับจำนำ และทรัพย์สินบางรายการ เครื่องมือก่อเหตุที่ห้องพัก โดยมีผู้เสียหายมาดูของกลางและมอบดอกไม้เป็นการขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับประวัตินายชัยยุทธ เคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้งที่จังหวัดเลย จำคุก 1 ปี 6 เดือน และที่จังหวัดหนองคาย จำคุก 2 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนกรภฎาคม 2561 ก็ยังไม่เข็ด มาก่อเหตุซ้ำอีก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here