พัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนให้ได้มาตรฐานสู่ตลาดโลก

0
6

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี แนะเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากพื้นที่อีสานตอนบน พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เน้นช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ชี้ช่องใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอขยายส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

                นางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำคณะลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ สภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุดรธานี และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2563 เพื่อพบหารือกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ พร้อมจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “เพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี” ครั้งที่ 1 โดยเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องความสำคัญของตลาดการค้าเสรี และช่องทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีฉบับต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปของไทยสู่ตลาดโลก 

                กรมฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนเกษตร น้ำหมักเอนไซม์สมุนไพรเพื่อสุขภาพบ้านหนองเป็ด อำเภอเมืองอุดรธานี ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตสินค้าเกษตรเพื่อสุขภาพ Pro Biotic สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพร ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด โดยใช้วัตถุดิบจากเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรในพื้นที่มาต่อยอดพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพให้มีความหลากหลาย ทั้งเครื่องสำอางและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น 

                สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ได้มีการเสวนา เรื่อง “ช่องทางรวยของสินค้าเกษตรจากเอฟทีเอ” และ “ทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ” โดยมีเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ จากจังหวัด อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย และบึงกาฬ เข้าร่วมกว่า 120 คน ซึ่งได้ผลการตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี พร้อมทั้งได้นำสินค้าเด่นที่มีคุณภาพมาตรฐานในพื้นที่มาร่วมจัดแสดง อาทิ ผลิตภัณฑ์จากน้ำหมักเอนไซม์ ทั้งสบู่ทองกวาว น้ำยาปรับผ้านุ่นจากขนุน และแชมพู รวมทั้งสินค้าคุณภาพส่งออก เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ กล้วยหอมทอง หมอนขิดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยางพารา และตะกร้าสานไม่ไผ่ เป็นต้น โดยได้รับคำแนะนำจากวิทยากรเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อยอดให้มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น รวมทั้งการใช้เอฟทีเอเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายไปตลาดต่างประเทศ และให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และเข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว 

                นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก อำเภอเมืองอุดรธานี ซึ่งผลิตสินค้าผ้าทอที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ใช้ดอกบัวแดงที่มีจำนวนมากในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบย้อมผ้า มีจุดเด่นสีสวยคงทนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ โดยถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ และสามารถส่งออกได้ในตลาดการค้าเสรี อาทิ สปป.ลาว และอาเซียน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here