เจาะเพิ่มอีกหลุมแหล่งก๊าซภูฮ่อม

0
264

พ่อเมืองอุดรสำรวจแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ซึ่งจะมีการขุดเจาะเพิ่มอีก 1 หลุม ในห้วงเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านปิโตรเลียมและพลังงานไฟฟ้า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินการสำรวจและพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ภายใต้โครงการแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ฐานผลิต C ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ณ ภูฝอยลม อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอหนองแสง นายทรรศชล พุทธรัตนา พลังงานจังหวัดอุดรธานี ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมเยี่ยมชม มีนายทวี ลิ้มสุนทร ผู้จัดการอาวุโสโครงการสินภูฮ่อมและสุพรรณบุรี และนายมานพ เจริญสุพงษ์ หัวหน้ากะการผลิตโครงการสินภูฮ่อม ร่วมบรรยายสรุปการดำเนินโครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น


นายทวี ลิ้มสุนทร กล่าวว่า โครงการแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม เริ่มพบแหล่งก๊าซเมื่อปี 2526 เริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติเมื่อปี 2549 มีพื้นที่ตั้งในเขตจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น ขนาดพื้นที่ 232.2 ตารางกิโลเมตร โดยบริษัท พีทีทีอีพี เอสพี ลิมิเต็ด ในกลุ่มบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินโครงการ ชนิดของปิโตรเลียมที่ได้คือ ก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว จากฐานผลิต 3 แห่งคือ ฐานผลิต A ฐานผลิต B และฐานผลิต C จำนวนหลุมผลิต 5 หลุม ประกอบด้วย หลุมภูฮ่อม 3,4,5,10,11 มีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 129 ล้านลูกบาศก์ฟุต จำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมน้ำพอง ส่วนก๊าซธรรมชาติเหลวเฉลี่ย 439 บาร์เรลต่อวัน จำหน่ายให้กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)


ด้านนายมานพ เจริญสุพงษ์ กล่าวว่า ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว ที่ผลิตได้จะถูกส่งไปยังสถานีผลิตก๊าซสินภูฮ่อมที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อปรับคุณภาพก๊าซฯ ผ่านระบบท่อส่งก๊าซที่มีความยาว รวมทั้งสิ้น 64 กิโลเมตร สำหรับก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมน้ำพอง จะนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าให้ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และก๊าซธรรมชาติเหลว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำส่งให้สถานีบริการก๊าซ NGV ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ปัจจุบันปิโตรเลียมที่ได้จากโครงการสินภูฮ่อมมีจำนวนลดน้อยลง จึงจำเป็นต้องสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ซึ่งจะทำการขุดเจาะเพิ่มอีก 1 หลุมในพื้นที่ฐานผลิต C ในห้วงเดือนมิถุนายน 2562 และอีกหลุมที่ฐานผลิต D คาดว่าหากการขุดเจาะแล้วเสร็จและมีก๊าซธรรมชาติเพียงพอ ก็จะสามารถสร้างความมั่นคงด้านปิโตรเลียมและพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อีกหลายปี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here