อดีตแม่บ้านบน.23เพาะเห็ดหลินจือจำหน่าย

0
328

อดีตแม่บ้านนายทหารกองบิน 23 อุดรธานี เพาะเห็ดหลินจือแดงจำหน่าย หลังน้องสาวที่เพาะเลี้ยงที่ภาคใต้ชักชวน จึงได้เดินทางไปศึกษาวิธีการเพื่อมาทำเป็นอาชีพเสริม และกำลังจะกลายเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากมีแหล่งขาย รายได้งาม เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด มีสรรพคุณทางยาตามศาสตร์ทางการแพทย์ของคนจีน


นางวัชรี วาสภักดี อายุ 66 ปี ชาวบ้านบ้านข้าวสาร หมู่ 4 ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าของฟาร์มเห็ดหลินจือ “อนาวิน” นำผู้สื่อข่าวชมโรงเรือนเพาะเห็ดหลินจือแดง ซึ่งอยู่ด้านหลังบ้านพัก จำนวน 2 โรง พร้อมเปิดเผยถึงที่มาของการเพาะเลี้ยงเห็ดในครั้งนี้ว่า น้องสาวทำฟาร์มเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้ชักชวนให้ทำเพื่อจำหน่าย เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันสามีก็เกษียณอายุราชการ ตนเองก็เป็นแม่บ้าน จึงคิดที่จะเอามาทำเป็นอาชีพเสริม จึงได้เดินทางไปศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงอย่างจริงจัง ร่วมกับ น.อ.พงษ์สรรค์ วาสภักดี สามี อดีตนายทหารกองบิน 23 อุดรธานี จากนั้นได้กลับมาสร้างโรงเรือนที่หลังบ้าน สั่งอุปกรณ์และวัตถุดิบในการผลิตก้อนเชื้อเห็ด ในงบประมาณลงทุนประมาณ 1 แสนกว่าบาท ก่อสร้างโรงเรือน 2 โรง ขนาด 6 x 3 เมตร ตั้งก้อนเชื้อเห็ดได้ประมาณ 2,000 ก้อน ก็นำเข้าโรงเรือนตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 เป็นต้นมา การดูแลต้องใส่ใจในเรื่องของอุณหภูมิ โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศร้อนมาก ต้องรดน้ำเช้าเย็น เพื่อให้เกิดความชื้นตลอดเวลา


นางวัชรี วาสภักดี กล่าวต่อไป กระบวนการเพาะเห็ดหลินจือ ไปจนถึงการเก็บผลผลิตจะใช้เวลาทั้งสิ้น 120 วัน สำหรับช่องทางการจำหน่ายนั้น มีแหล่งรับซื้อแน่นอน ทั้งจากโรงงานที่ผลิตยา อาหารเสริม โดยดอกสด ราคากิโลกรัมละ 1,000 บาท ดอกแห้งราคากิโลกรัมละ 1,500 บาท ส่วนถ้าหั่นตากแห้ง ก็จะราคากิโลกรัมละ 2,500 บาท นอกจากนี้น้องสาวที่หาดใหญ่ ยังยินดีรับซื้อผลผลิตเพื่อส่งจำหน่ายให้ลูกค้าหลักอีกด้วย ส่วนลูกค้าในพื้นที่ก็เริ่มมีผู้มาซื้อก้อนเห็ดไปเพาะเลี้ยงเอง ซึ่งตนจำหน่ายก้อนละ 20 บาท ในขณะที่มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี สนใจที่จะเข้ามาศึกษาดูงานการเพาะเลี้ยงถึงโรงเรือนอีกด้วย
นางวัชรีฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สามีต้องมากจากไปในวัย 69 ปี โดยยังไม่ได้เห็นดอกเห็ดหลินเจือที่ร่วมกันทำ เป็นรุ่นแรกที่ร่วมกันเพาะเลี้ยงจนใกล้ที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต จากเดิมที่ว่าจะทำเป็นอาชีพเสริม คงอาจจะต้องมาเป็นอาชีพหลักในช่วงบั่นปลายของชีวิต ขณะนี้ก็อาจกำลังใจ แต่คงต้องอาศัยบุตรสองคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว มาสานต่อความฝันของบิดา ในการดูแลและพัฒนาคุณภาพโรงเพาะเห็ดหลินจือให้เป็นที่รู้จัก และต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อการพาณิชย์ ต่อไป


สำหรับ “เห็ดหลินจือ” ถือว่าเป็นเห็ดสมุนไพร มีสรรพคุณทางยา ช่วยปรับสมดุลในร่างกายและต้นโรคภัยต่างๆ ตามศาสตร์ทางการแพทย์ของคนจีน โดยเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักนำเข้าจากต่างประเทศ แม้มีหลายจังหวัดของไทยเราเป็นแหล่งผลิตเห็ดหลินจือแดงคุณภาพสูง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนรักสุขภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here