“พลังประชารัฐ” บุกเมืองหลวงเสื้อแดง

0
251

สุริยะ” ยกทีมบุกอุดร มั่นใจเจาะเก้าอี้ ส.ส.เมืองอุดรฯ ได้แน่นอน เนื่องจากนโยบายโดนใจ แม้ว่าคนมองว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง คงถึงเวลาเปลี่ยนเพื่อลดความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศเดินก้าวไปข้างหน้า


เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 8 มี.ค.2562 ที่ตลาดอุดรเมืองทอง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา หรือ แรมโบ้อีสาน เดินทางมาปราศัยหาเสียงช่วยลูกพรรคที่จังหวัดอุดรธานี เขตพื้นที่ของนายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ โดยมีผู้สมัครทั้งหมด 8 เขต รวมทั้งนพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีตส.ส.หลายสมัย ผู้สมัครของพรรค เดินทางมาให้การต้อนรับและพบปะพี่น้องประชาชน


นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า วันนี้เห็นพี่น้องประชาชนมาร่วมเกือบสองหมื่นคน รู้สึกตื้นตันใจมาก การที่พี่น้องประชาชนมีหนี้สินเกิดจากการเมืองแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นสีเหลือง สีแดง สู้กันมา 20 ปี ทำให้พี่น้องยากจน วันนี้พรรคพลังประชารัฐมาเสนอให้ออกจากความขัดแย้ง เป็นพรรคทางเลือกใหม่ให้พี่น้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตนเองมาอุดรกับท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ปัญหาขณะนั้นเป็นหนี้เป็นสินไม่สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ จนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะหนี้กองทุนหมู่บ้าน ต้องไปกู้เงินร้อยละ 20 เพื่อไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนหมู่บ้าน มิฉะนั้นวันหลังจะไม่ให้กู้


ดังนั้น ถ้าพรรคประชารัฐได้เป็นรัฐบาล เราจะต้องมีการพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 5 ปี และพรรคเรามีผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจมากมาย เมื่อเข้ามาบริหารก็จะมีเงินเข้ากระทรวงการคลังมากขึ้น หนี้ที่พักไว้ก็อาจจะเลิกให้ไปเลย นั่นคือแนวทางที่พรรคตั้งใจอย่างมุ่งมั่น เพื่อจะทำให้พี่น้องพ้นจากความยากจน แต่ว่าเมื่อมีการพักหนี้ไปแล้ว พี่น้องกระเป๋าก็ยังแห้งอยู่ เพราะฉะนั้นก็จะมีการเสนอให้ตั้งกองทุนหมู่บ้านใหม่ขึ้นมา เรียกว่า กองทุนประชารัฐ ให้กองทุนละ 2 ล้านบาท ก็เตรียมตัวให้พร้อม ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาล ไม่เกิน 4 เดือนหลังเลือกตั้ง กองทุนน่าจะตั้งเสร็จเตรียมตัวกู้ได้ และเรื่องบัตรประชารัฐ ที่มีอยู่แล้วถ้าพรรคเป็นรัฐบาล ถ้าเศรษฐกิจดี เดือนละ 300 ก็จะขึ้น 500 หรือ 1000 บาท ส่วนผู้ที่ยังไม่มีก็จะรีบดำเนินการให้สำหรับผู้ที่ตกสำรวจ และเรื่องราคาข้าวก็จะเพิ่มขึ้นให้ เชื่อว่าถ้าเป็นรัฐบาล ครบ 4 ปี ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้นแน่ๆ แต่สิ่งสำคัญเราจะเป็นรัฐบาลได้ พี่น้องจะต้องเลือกผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ สิ่งที่พูดมาทั้งหมดเราจะทำจริง


นายสุริยะฯ กล่าวอีกว่า แม้จะมีการมองว่าพื้นที่ จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง แต่ตนคิดว่าควรจะเปลี่ยนแนวคิดเพื่อลดความขัดแย้ง และให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าได้ โดยเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นทางเลือก เพื่อให้ประเทศชาติไปสู่ความปรองดอง เพราะหากยังต่อสู้กันอยู่ประเทศจะพัฒนาต่อไปไม่ได้ ดังนั้นตนคิดว่าตอนนี้ อย่ามาโจมตีกันเลยว่าใครอยู่สีเสื้อใด ควรเอาเวลาไปนำเสนอนโยบายว่า หากเป็นรัฐบาลแล้วจะนำเสนออะไรให้ประชาชนจะดีกว่า ส่วนความมั่นใจเรื่องที่นั่งส.ส.ในจ.อุดรธานี นั้น มั่นใจได้แน่นอนโดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 รวมทั้งเขตอื่นเราจะปักธงได้ด้วยแน่นอน ด้วยนโยบายดีๆ ที่พรรคนำเสนอให้ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เป็นนโยบายที่ชาวอุดรฯ ส่วนใหญ่เห็นด้วย


นายสุริยะ กล่าวต่อข้อสอบถามที่ว่า รู้สึกอย่างไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ไม่ได้ลงปราศรัยหาเสียงที่ จ.นครราชสีมา หลายฝ่ายเกิดความกังวลที่ท่านจะไปลงพื้นที่ที่พรรคพลังประชารัฐจัดขึ้น ซึ่งจะถูกมองว่าใช้อำนาจหน้าที่ช่วยพรรคพลังประชารัฐ ทางเราก็เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องช่วยหาเสียง จะได้หมดข้อครหาต่างๆ และตนมั่นใจว่าแม้ท่านไม่มาช่วยหาเสียง ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยม เพราะประชาชนทราบอยู่แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ.


ขณะที่ นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีตสส.หลายสมัย ผู้สมัครเขต 2 กล่าวว่า วันนี้กระแสความนิยมของคนเสื้อแดงลดลงเยอะ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาไม่ค่อยดูแลพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร และพรรคพลังประชารัฐที่ตั้งขึ้นมานโยบายก็เข้าใจถึงคนรากหญ้า พี่น้องแรงงานและคนชั้นกลางด้วย วันนี้เชื่อว่าพลังประชารัฐในอุดรแจ้งเกิดได้ อย่างน้อย 2-4 เขตครับ ก่อนหน้านี้มีโพลบอกว่าเพื่อไทยจะยก ผมว่ายกเมฆ ไม่ใช่ยกจังหวัด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here