รู้ทันประกันภัย โดย..พงษ์ศักดิ์ ธงแดง

0
7

ข่าวเศร้า รถเมล์โดยสาร ประกันภัย “ขาด” ???

เรื่องประกันภัย “ขาด” เป็นเรื่อง “เศร้า” จริงๆ ครับ สำหรับผู้โดยสาร ที่โดยสารกับรถที่ประกันภัย “ขาด”แล้วเกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ในชนบทของไทย สมัยที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับประกันภัย ญาติรุ่นพี ท่านเป็นหนุ่ม ผู้เขียนเป็นเด็ก เป็นมือรับจ้างเจรจาชดใช้บริษัทรถโดยสาร หากชนคนบาดเจ็บ เสียชีวิต รถโดยสารบริษันั้นชนคนเสียชีวิต เห็นกับตา เจรจาจ่าย ชดใช้ให้แค่สองพันบาท ได้ยินกับหูหากไม่รับบริษัทมีทนายความประจำพร้อมให้ฟ้องศาล จะสู้บริษัทเค้าได้ไหม เค้าวิ่งจ้าววิ่งนาย พวกเจ้าก็แพ้แล้ว จบชาวบ้านชนบทสมัยนั้นใครจะกล้าขึ้นโรงขึ้นศาล เห็นจดหมายทางราชการก็กล้วแล้ว จบข่าวชาวบ้าน

            เก็บข่าวชาวเมืองมาเล่า ให้ชาวบ้านที่อ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับนี้ มีดังนี้ครับ

            “….รถโดยสาร ขสมก.กว่า 3 พันคัน ประกันภัยหมดตั้งแต่สิ้นปี 62 เนื่องจากขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างไม่สมบูรณ์ บอร์ดจึงให้ไปทบทวนก่อน ระหว่างนี้หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทาง ขสมก.จะเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมดเหมือนประกันภัยจ่าย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในช่วงที่ยังหาบริษัทประกันภัยไม่ได้ ทางพนักงานขับรถจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเอง…”

            อ่านข่าวแล้ว เก็บมาเล่าให้อ่านเฉยๆ ไม่มีความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น องค์กรระดับประเทศในเมืองหลวง รถโดยสารกว่า 3 พันคัน ไม่มีประกันภัย “เศร้า” ไหมครับ จบไม่วิจารณ์ต่อ

            ต่อด้วยเรื่องประกันภัยรถตาม พรบ.ที่ชาวบ้านๆ เราใช้บรรเทาความเดือนร้อน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีค่าเสียหายที่จะชดใช้ บริษัทประกันภัยช่วยบรรเทาได้ ตามตัวอย่างปัญหาดังนี้

“….รถมอเตอร์ไซด์ไม่ต่อทะเบียน ไม่ทำประกันภัย พรบ.นานแล้ว ประมาณว่า 5 ปี อยากทำ ประกันภัย พรบ. แต่ไม่ต่อทะเบียนรถ เกิดอุบัติเหตุ สามารถใช้สิทธิ์ตาม พรบ.ได้หรือไม่… ตัวอย่างที่พบมาผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ใช้สิทธิ์ได้โดยแจ้งความลงบันทึกประจำวันและเสียค่าปรับ 200 โทษไม่มีใบขับขี่ แล้วนำมาใช้สิทธิ์ตาม พรบ.ได้ ส่วนในกรณีดังกล่าวข้างต้นนี้ จะทำอย่างไรได้บ้างถ้าเกิดอุบัติเหตุ พรบ.คุ้มครองหรือไม่…”  เบิกได้ครับ

บริษัทประกันภัยไม่มีอำนาจปรับ ต่อ หรือไม่ต่อทะเบียน ทำประกันภัยตาม พรบ.ได้ กรมธรรม์ไม่มีข้อยกเว้นไม่คุ้มครอง เรื่องใบอนุญาตขับขี่ ฉะนั้นต้องคุ้มครองตามกรมธรรม์ ครับ

อำนาจในการปรับอยู่ที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ถูกต้องแล้ว สวัสดีครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here