ตรวจความเรียบร้อยฐานฉัตรพระเจดีย์หลวงตามหาบัว

0
44

วันที่ 13 ธันวาคม 2562 พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย นำคณะศิษยานุศิษย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) พร้อมด้วย นายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ตรวจดูความเรียบร้อย สวยงามของฐานฉัตร ชั้นที่ 1 หลังการขัดตกแต่ง
ตามที่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อฐานฉัตรพระเจดีย์ ชั้นที่ 1 โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ที่ศาลาใหญ่ วัดเกษรศิลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ก่อนนำไปฝากเก็บรักษาที่ห้องมั่นคงธนาคาร รอวันเวลาที่สมควรขอพระราชทาน กราบทูลเชิญเป็นองค์ประธานพิธี ยกยอดฉัตรต่อไป (น้ำหนักทองฐานฉัตร ชั้นที่ 1 ประมาณ 99.4 กิโลกรัม ค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 93.49)
สำหรับ ยอดฉัตรเจดีย์ทองคำดังกล่าว เกิดจากความคิดริเริ่มของ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสโก ที่มุ่งมั่นแสดงเจตนากตัญญูกตเวทิตา บูชาคุณองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อย่างสูงสุดด้วยวัสดุที่มีค่าที่สุด จึงได้เผยแผ่ความคิดสร้างยอดฉัตรทองคำเจดีย์แทนวัสดุเดิม โดยได้เชิญชวนคณะศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิตและฆราวาสร่วมบริจาคทองคำและทรัพย์
พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า 181 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ที่บรรจุธาตุและเก็บรวบรวมประวัติหนังสือคำสอนและเครื่องอัฐบริขาร พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน พระสายวิปัสสนากรรมฐาน ผู้มีคุณูปการต่อประเทศชาติและพระพุทธศาสนา รวมทั้งเป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมะ และคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ และเสด็จเป็นองค์ประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และทีมงานสยามรีโนเวท เป็นผู้ดำเนินการออกแบบก่อสร้างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกแบบใด ๆ ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ในฐานะองค์ประธานคณะผู้ออกแบบ และทีมงานจากสำนักงาน สยามรีโนเวท ดำเนินการออกแบบพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ โดยวางผังกลุ่มอาคารตามคติความเชื่อแผนภูมิจักรวาล ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ พระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์ กำหนดวางองค์ พระเจดีย์เป็นศูนย์กลางของกลุ่มงานสถาปัตยกรรมทั้งหมด โดยให้แกนของพระเจดีย์มุ่งสู่ศูนย์กลาง คือจิตกาธานองค์หลวงตาพระมหาบัวฯ และรักษาแนวแกนการก่อสร้างไปในทิศทางเดียวกับแดนพุทธภูมิ คือ เมืองพาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อสื่อความหมายว่า ศาสนพิธีทั้งปวงที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ จะมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นองค์ประธานร่วมรับรู้ในพิธีกรรมเหล่านั้นทุกครั้ง
อีกทั้งยังทำให้พุทธศาสนิกชนที่มากราบไหว้ พระเจดีย์องค์หลวงตาพระมหาบัวฯ ได้กราบจิตกาธานองค์หลวงตาพระมหาบัวฯ โดยลักษณะของพระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์นั้น ได้รับแรงบันดาลใจสร้างสรรค์จาก สถาปัตยกรรมศิลปะล้านช้าง ผสมผสานกับศิลปะยุคกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดพระพุทธศาสนาในถิ่นอีสานที่ยังคงดำรงอย่างมั่นคง และเจริญรุ่งเรืองต่อไป

นายกอบเกียรติ กาญจนะ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ไวยาวัจกร วัดป่าบ้านตาด เปิดเผยว่า สำหรับจากปลายยอดจรดฐานเจดีย์ มีความสูง 19 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ 28 ตารางเมตร ตั้งแต่ฐานฐานชั้นที่ 2-5 และฐานชัดใหญ่ จะทำด้วยทองแดง เราจะทำการเคลือบทอง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ให้มีความเหลืองอร่ามเป็นเนื้อเดียวกันตลอด ทั้งนี้คาดว่าในวันที่ 5 มีนาคม 2563 จะสามารถยกยอดฉัตรได้ เหตุที่เลือกวันนี้เพราะเป็นวันที่ถวายเพลิงสรีระสังขารขององค์หลวงตาและครบ 9 ปี ซึ่งวันนี้เป็นความตั้งใจของคณะทำงาน แต่ก็ต้องดูการทำงานของผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงาน ว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันวันเวลานั้นไม่

https://www.facebook.com/makkhaeng/videos/792366054615862/?t=16

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here