จับอดีตจ่าทหารพาพวก ลากตู้เอทีเอ็ม เหมือนหนังดังหวังเจาะเงินล้าน

0
234
ลากตู้เอทีเอ็ม

ตร.ตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุใช้รถยนต์ ลากตู้เอทีเอ็ม เลียนแบบหนัง fast 5 ได้แล้ว หลังก่อเหตุใช้รถยนต์ผูกสลิงลากตู้เอทีเอ็มที่โลตัสอ.บ้านดุง ผู้ต้องหาเป็นอดีตจ่าทหารบกพร้อมพวกรวม 3 คน สารภาพหาเงินใช้หนี้ ตร.ตรวจสอบประวัติอาจจะเกี่ยวข้องกับแก๊งขโมยรถยนต์ไปขายข้ามชาติด้วย

วันนี้ (22 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้ากองกำกับสืบสวนสอบสวนภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ.วรณัฏฑ์ ผันผ่อน รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภูธร จ.อุดรธานี ,พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิรพันธุ์ รรท.ผบก.สส.ภาค 4 พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภูธร จ.อุดรธานี พ.ต.ท.วัฒนา มีทองหลาง รรท.ผกก.สภ.บ้านดุง พร้อมตร.ชุดสืบสวนภาค 4 และตร.ชุดสืบสวนภูธร จ.อุดรธานี แถลงข่าวจับกุมทะลายแก๊งคนร้ายก่อเหตุใช้สลิงลากตู้เอทีเอ็มหวังเจาะเอาเงินสด

จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ จ.ส.ต.ณัฏฐชัย ชินโพธิ์คลัง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 11 ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย,นายอาณุพร อักษร อายุ 26 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 4 ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และนายสมพร มีศรี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 4 ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลาง 6 รายการ คือ ลวดสลิงที่ใช้สำหรับกระชากตู้เอทีเอ็มจำนวน 1 เส้น,หัวเผาเจาะความร้อนพร้อมสายแก๊ส 1 ชุด,ถังแก๊ส 1 ถัง,ถังลมออกซิเจน 1 ถัง ,รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 3431 ลำพูน 1 คัน,ส่วนรถยนต์กระบะสีดำ 4 ประตูที่ใช้ก่อเหตุทราบว่าคนร้ายได้ขายข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เจ้าหน้าที่ตร.ได้แจ้งข้อหาทั้ง 3 คนในข้อหา “ร่วมกันพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 ส.ค.61 หรือเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 02.00 น.ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คนใช้รถกระบะสีดำ 4 ประตูเข้ามาใช้สลิงผูกติดกับท้ายรถ

เตรียมกระชากตู้เอทีเอ็มที่วางอยู่หน้าห้างโลตัสสาขาบ้านดุงออกไปเหมือนภาพยนต์ดัง fast 5 อย่างไงอย่างนั้น แต่ก่อนที่คนร้ายจะลงมือคนร้ายก็วางแผนเข้ามาดูลาดเลาก่อน 2 วันและใช้สีสเปรย์พ่นปิดกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณรอบๆ ตู้เอทีเอ็มด้วย พอลากตู้เอทีเอ็มออกมาจากจุดตั้งตู้ได้แล้วคนร้ายก็เตรียมใช้แก๊สเจาะแต่ช่วงนั้นมีคนผ่านมาและคนร้ายตกใจพากันหนีไปก่อน เลยอดที่จะได้เงินสดที่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารเพิ่งเอามาใส่ไว้กว่า 3 ล้านบาทเนื่องจากเป็นวันก่อนสิ้นเดือน
ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพ

โดยเฉพาะจ.ส.ต.ณัฏฐชัย ชินโพธิ์คลัง อดีตจ่าทหารบก ซึ่งเป็นหน.แก๊งเป็นคนวางแผนพาลูกน้องวางแผนก่อเหตุลากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งในคืนวันเกิดเหตุก่อนที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจะมาก่อเหตุใช้สลิงลากตู้เอทีเอ็มที่โลตัสบ้านดุง ยังไปก่อเหตุใช้สลิงลากตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ตั้งอยุ่หน้าร้านอาหารเจ๊วิ บ้านเซิม ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย แต่คนร้ายก็ไม่ได้เงินสดไปเช่นกัน โดยตร.ได้ใช้เวลากว่า 2 เดือน แกะรอยแก๊งคนร้ายกลุ่มนี้

โดยเริ่มจากไล่เช็คกล้องวงจรปิดและบีบข้อมูลให้แคบลงเจาะหาข้อมูลรถยนต์มิตซูบิชิไทรทัน สีดำ ที่คล้ายในภาพกล้องวงจรปิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จนในที่สุดก็ได้ข้อมูลว่าเป็นกลุ่มคนร้าย 3 คนนี้ พักอาศัยในพื้นที่อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นอ.รอยต่อกับอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งจ่าณัฏเองบอกว่า รถยนต์คันที่ก่อเหตุรถมิตซูบิชิสีดำ ได้ขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว

ลากตู้เอทีเอ็ม

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ กล่าวอีกว่า สำหรับจ่าณัฏ เคยเป็นจ่าทหารบกแต่ถูกไล่ออกจากราชการเนื่องจากไปพัวพันกับแก๊งลักรถยนต์ไปขายประเทศเพื่อนบ้านเมื่อหลายปีก่อน และหลอกลวงคนไปทำงานต่างประเทศ สารภาพเหตุที่ทำเพราะหลังถูกไล่ออก ก็ไม่มีงานทำและอยากจะหาเงินใช้หนี้ และเงินใช้ในครอบครัว จึงมาก่อเหตุดังกล่าว และยังสารภาพอีกว่าการลงมือก่อเหตุเรียนรู้มาจากภาพยนตร์ชื่อดัง fast 5 ในหนังเขาทำสำเร็จ แต่ชีวิตจริงทำไม่สำเร็จ แถมโดนตร.แกะรอยตามตัวคนเจอจนได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here