สาวพีอาร์อุดรฯ โดนปาหินใส่รถ เชื่อซวยเหตุปัสสาวะข้างศาล

0
320
สาวโดนปาหิน

สาวพีอาร์อุดรธานีถูกคนร้าย ปาหินใส่รถ ด้านหน้ากระจก หลังจอดไว้บริเวณหอพักบ้านแม่ทองดำ ตนเชื่อว่าซวยเพราะตนได้ปัสสาวะข้างศาลปู่คำ-ย่านาง เมื่อช่วงดึกก่อนวันเกิดเหตุ เป็นเหตุให้รถยนต์ซูซูกิ เซียส สีขาว ของตนโดนคนร้ายปาหินใส่ ตำรวจสันนิษฐานอาจเป็นคู่กรณีที่บาดหมางตอนเที่ยวในคืนนั้น แต่ผู้เสียหายปฎิเสธ

เมื่อช่วงเวลา13.00น.ที่ผ่านมาของวันที่23 พ.ย. ที่ผ่านมาทาง ร.ต.ท.หญิง กาญจนา พลแก้ว รอง สว.สืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ขณะปิบัติหน้าที่ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่ามีเหตุปาหินใส่กระจกรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อซูซูกิ เซียส ทะเบียน กษ 2291 อุดรธานี หลังจอดไว้ข้างกำแพงบริเวณหอพักบ้านแม่ทองดำ บ้านเลขที่436/4 ซ.สถาพร ม.7 ชุมชนอุดมสถาพร ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี จึงได้รุดไปตรวจสอบ

เมื่อถึงยังที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายพร้อมรถคันดังกล่าว ทราบชื่อคือนางสาวขนิษฐา โพธิ์ศรี อายุ22ปี เป็นคนบ้านนาคำหลวง ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ทำงานเป็นพนักงานตอนรับที่ร้านอาหารชื่อดังในเขตตัวเมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย พบสภาพรถคันดังกล่าวกระจกด้านหน้าแตกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ และพบก้อนหินขนาดเท่าส้มโอตกอยู่บริเวณริมรัวหอพักดังกล่าว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของใคร

จากการสอบสวนนางสาวขนิษฐาให้การว่า ตนมากินข้าวเที่ยงที่บ้านเพื่อน โดยจอดรถไว้ในที่เกิดเหตุและกำลังจะกลับที่พักของตน โดยก่อนหน้านี้ประมาณชั่วโมงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย และตนพึ่งมาที่บ้านเพื่อนเป็นครั้งแรก และไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อนเลย แต่ประมาณ5เดือนก่อน ตนพึ่งได้แยกทางกับสามีซึ่งแยกกันด้วยดีและตอนนี้สามีก็กำลังเดินทางไปทำงานที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้ไปกินข้าวข้างเรือนจำกลางอุดรธานีพร้อมกลุ่มเพื่อน อาจเป็นเพราะว่าตนกับเพื่อนคุยหยอกล้อกันเสียงดัง ซึ่งร้านอาหารดังกล่าวตังอยู่ด้านหน้าของศาลศรีอุดร “ปู่คำ-ย่านาง” และในขณะกลับตนได้ขอเพื่อนไปปัสสาวะบริเวณข้างศาลโดยไม่ได้บอกกล่าวเสียก่อน และในขณะเสร็จกิจส่วนตัวแล้ว ตนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง 3ครั้งและยังมีเสียงโหยหวนของผู้หญิงบริเวณด้านหลังศาล ซึ่งแม่ค้าร้านอาหารดังกล่าวและกลุ่มเพื่อนของตนก็ได้ยิน จึงเดินไปดูยังต้นเสียงแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติและไม่มีผู้ใด ซึ่งทำให้ทุกคนต่างพากันขนลุกและในตอนเช้าจึงได้ตัดสินใจ แต่งขันธ์5และน้ำแดง4ขวด ไปขอขมาที่ศาลดังกล่าว พบศาลแห่งนี้ตั้งอยู่คู่เมืองอุดรธานีมา88ปี พร้อมการสร้างเรือนจำอุดรธานีตั้งแต่ปีพ.ศ.2573 โดยในตอนเที่ยงจึงพากันไปกินข้าวที่บ้านเพื่อนตรงจุดที่เกิดเหตุ และรถโดนปาหินในเวลาต่อ ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุให้ตัวเองซวยหรือดวงไม่ดีก็ได้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวคนร้ายพร้อมประสานงานดูกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบพื้นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here